รู้จักเรื่องเครียดๆ ของความเครียด

บทความโดย นพ.กัมปนาท ตันสิถบุตรกุล

เริ่มต้นปีใหม่ ยังมีเรื่องคาใจที่เกี่ยวกับบ้านเมืองของเราที่กำลังประสบปัญหารอบด้าน ทั้งภายในและภายนอกรวมถึงนอกภูมิภาคด้วย เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นระดับโลก เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ ที่สามารถเข้ามารุมเร้าจิตใจจนเกิดความเครียดขึ้น

คำว่า "เครียด" จึงเป็นคำที่ถึงแม้จะพูดกันอยู่แทบทุกวัน แต่ก็ถูกหยิบยกขึ้นมาให้พูดบ่อยขึ้นและมีคนสนใจกันมากขึ้น เพราะส่งผลกระทบแทบจะทุกคนแล้ว หลายคนมักจะเข้าใจว่าความเครียดเป็นโรคอย่างหนึ่ง และบางที่ใช้คำว่า "โรคเครียด" ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเป็นความเข้าใจผิด เพราะความเครียดไม่ใช่โรค หากแต่ความเครียดเป็นปฏิกิริยาตอบสนองที่ไม่จำเพาะของร่างกายต่อสิ่งใดๆ ที่มาเรียกร้องต่อมัน

ความเครียดเกิดจากอะไร
ความเครียดมาจากหลายแหล่ง ซึ่งอาจมาจากภายนอกหรือภายในร่างกายเองก็ได้ สิ่งที่สำคัญที่เป็นต้นตอของความเครียด ก็คือ การไม่สมหวังในสิ่งที่คาดหวังไว้ การมีชีวิตอยู่บนความหวัง (Epectation) จะทำให้ทุกข์ได้ง่ายกว่าการมีชีวิตอยู่ด้วยความหวัง (Hopeful) ซึ่งประเด็นหลังมักจะไม่มีเงื่อนไขของการได้รับผลตอบแทนเท่ากับความคาดหวัง เมื่อเกิดปัญหาจากการที่ไม่สมหวังแล้ว ปฏิกิริยาของจิตใจคนเราก็จะนำไปสู่ความทุกข์ใจ (Suffering) ตามมาได้ จนอาจจะนำไปสู่ภาวะวิกฤติได้

ผลกระทบของความเครียด
ความเครียดไม่ใช่โรคภัยโดยตัวของมันเอง แต่อาจนำไปสู่การเจ็บป่วยได้มากมายหลายอย่าง ทั้งทางกายและทางจิต

เมื่อร่างกายเผชิญความเครียดจะมีปฏิกิริยาตอบสนองในด้านสรีรวิทยา และการเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนและสารเคมีบางอย่าง ระยะสั้นก็คือ การเตรียมพร้อมเื่พื่อการต่อสู้หรือการหนีจากภยันตราย เป็นการรักษาตัวเพื่อความอยู่รอด หากเผชิญความเครียดที่รุนแรงหรือยาวนานเกินไปก็กลายเป็นโทษต่อร่างกายได้ เช่น อาจนำไปสู่โรคซึมเศร้าได้ในที่สุด เนื่องจากทำให้เกิดความแปรปรวนของระบบสารสื่อประสาทในสมองได้ โรคทางกายที่สัมพันธ์กับความเครียดมีหลายโรค เช่น หลอดเลือดหัวใจอุดตัน ความดันเลือดสูง แผลในกระเพาะอาหาร แผลในลำไส้ใหญ่ ท้องร่วง หอบหืด คันตามผิวหนัง อาการปวดศีรษะ (ที่พบบ่อย คือ ไมเกรน) ฯลฯ

สำหรับโรคทางจิตเวชที่มีความสัมพันธ์กับความเครียด เช่น โรควิตกกังวล โรคย้ำคิดย้ำทำ โรคซึมเศร้า โรคจิต โรคอารมณ์แปรปรวน ฯลฯ ซึ่งโรคเหล่านี้ผู้ป่วยมักมีอาการเครียดร่วมด้วยเสมอ และความเครียดเองก็เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดโรคนี้หรือดีขึ้นแล้วอาจจะกลับมาป่วยใหม่ได้อย่างมาก

การจัดการกับความเครียด
มีวิธีจัดการกับความเครียดมากมาย ซึ่งมีทั้งง่าย ทั้งยาก หลากหลายวิธี แต่ส่วนใหญ่มักเป็นวิธีที่เกิดจากการแก้ที่ปลายเหตุมากกว่า วิธีจัดการกับความเครียดที่ดีที่สุด คือ การค้นหาสาเหตุของความเครียดให้เจอว่าเกิดจากอะไรแน่ ส่วนใหญ่มักเกิดจากปัญหาภายในจิตใจของคนคนนั้นเสียมากกว่า การไม่สามารถทำใจได้กับความสูญเสีย การไม่สามารถจัดการกับความอยากมีอยากได้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด ติดต่อกันเป็นระยะเวลายาวนาน








วิธีการที่น่าจะเป็นผลดีที่สุด คือ การตระหนักรู้และเข้าใจถึงต้นตอของปัญหา และการมีความยืดหยุ่นให้กับชีวิตบ้าง อย่าให้ชีวิตต้องมีความสุขเพราะตนเองมีความเพรียบพร้อม ถ้าไม่ได้ก็จะเครียด ถ้าคิดแค่นี้รับรองว่าคงต่อสู้กับกิเลสตัณหาของการเป็นมนุษย์ที่หาวันสิ้นสุดไม่ได้ พยายามให้เวลากับการดูแลสุขภาพของตนเองทั้งสุขภาพกายและใจ รวมทั้งแบ่งปันความสุข ความปรารถนาดีให้กับคนที่อยู่รอบข้างด้วย หัดเรียนรู้ว่าการแสวงหาความสุขมิใช่มาจากการได้เพียงอย่างเดียว การให้ก็เป็นอีกมุมหนึ่งที่ทำให้มีความสุขได้รวดเร็วกว่า

ความเครียดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับชีวิตเราทุกคน ไม่มีใครหลีกหนีความเครียดไปได้ การปราศจากชีวิตเท่านั้นที่ทำให้หมดความเครียดลงได้ ในความเป็นจริงแล้ว ความเครียดเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้คนมีความกระตือรือร้น และทำให้โลกมีการพัฒนาต่อไป

เราคงต้องอยู่กับความเครียดต่อไป เหมือนอยู่กับเชื้อโรค เช่น ไวรัส แบคทีเรีย ที่อยู่รอบๆ ตัวเราและในตัวเรา ส่วนใหญ่แล้วมันไม่ได้เป็นพิษเป็นภัยต่อเรา ยกเว้นบางครั้งบางคราที่เกิดการเสียสมดุลเท่านั้นเอง ที่ความเครียดทำให้เกิดโรคขึ้นมา

หากคุณเป็นคนหนึ่ง ที่มีความเครียดมากจนไม่สามารถจะปรับใจให้คิดในทางบวกได้ และส่งผลกระทบที่ค่อนข้างรุนแรงต่อสุขภาพจิตแล้ว ก็ควรหาทางมาปรึกษากับบุคลากรทางด้านการดูแลสุขภาพจิต ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ช่วยได้เป็นอย่างดี

1 ความคิดเห็น:

tawatchai กล่าวว่า...

นอนดึกแล้วหวาดระแวงก็ทำให้เครียดได้ครับ

ดิฉันแต่งงานเมื่อปลายปี พ.ศ. 2534
และได้อยู่กินกับสามีด้วยดีจนมีลูกสาว ลูกชายอย่างละคน
ชีวิตก็มีความสุขดี มีรถยนต์ มีบ้านในเนื้อที่ 24 ตารางวาบนถนนแจ้งวัฒนะ
ดิฉันมีน้องสาว 1 คนเค้าไปได้สามีเป็น ตลก คาเฟ่ ที่มีเมียหลวงอยู่แล้ว
ตอนหลังเค้าเลิกกัน เหมือนชะตาชีวิตเล่น ตลก
เขามาหาดิฉัน ดิฉันก็ให้น้องสาวมาอยู่ด้วยกัน
แต่ว่ามาคนเดียวนะคะส่วนลูกๆอยู่กับสามีเขา
น้องสาวมาอยู่กับดิฉันได้หลายปี จนมา วันหนึ่งหัวใจดิฉันเกือบสลาย
คือสามีดิฉันจะเลิกงานเวลา 24.00 น.และในเวลา 00.45 น.
ดิฉันได้ยินเสียงรถของสามีมาถึงบ้านแล้วแต่ดิฉันก็หลับต่อ มาตกใจตื่นตอน
ตี 2 กว่านิด หน่อย ไม่เห็นสามีนอนอยู่
ลุกขึ้นไปดูที่ห้องลูกๆก็ไม่มี ในห้องน้ำก็ไม่มี
ใจหายวาบ!! ( เจ้าประคู้น ผีบ้าน ผีเรือน เล่น ตลก ดลใจ ให้คิดอะไร แปลก ๆ)
รีบลงมาที่โซฟาข้างล่างก็ไม่มี
รถยนต์ก็จอดอยู่แต่สามีดิฉันไปไหน
มองที่ประตูบ้านก็ใส่กลอนอยู่ ไม่ ตลก แล้ว
ดิฉันหัวใจเต้นแรงมาก
เหลืออยู่ห้องเดียวคือ...ห้องน้องสาว..ของดิฉัน
ดิฉันเดินไปเปิดไฟจนสว่างทั่วบ้าน
หัวใจเต้นแรงผิดปกติอยากจะเป็นลม
แล้วมองไปที่ห้องของน้องสาว แล้วพยายามตั้งสติ คิดในใจว่า
ถ้าเขาเดินออกมาจากห้องนั้น ดิฉันจะทำอย่างไร
ดิฉันนั่งมองประตูห้องของน้องสาวน้ำตาก็ไหล
นึกในใจ ว่า จะทำอย่างไร ?
เราจะทำอย่างไรดี
ลูกก็ยังเล็กดิฉันตัดสินใจ ? เลิก?
ยังไงก็ต้องเลิก เทวดาฟ้า ดิน ทำไม เล่น ตลก กับฉันอย่างนี้
แล้วให้เขาไปอยู่กับน้องสาวที่อื่น ส่วนดิฉันจะอยู่กับลูกๆ
คือจะยกสามีให้น้องสาวไป ถ้าเขารักกัน
จนประมาณ ตี 3 กว่าๆ
ดิฉันนึกขึ้นได้ ว่าถ้าดิฉันโทรฯเข้า มือถือ เขาแล้วเสียงโทรศัพท์ก็ต้องดังออกมาจากห้อง น้องสาวแน่ๆ
เป็นไง เป็นกัน ดิฉันตัดสินใจ โทรฯ แล้วก็ติดจริงๆ ค่ะ
ใจดิฉันเต้นแรงมาก จนเกือบหลุดออกมาข้างนอก
ดิฉัน ยืนอยู่หน้าห้องน้องสาว.... แต่เอ๊ะ ไม่มีเสียงโทรศัพท์ดังออกมาจากในห้องของน้องสาวเลย แต่โทรฯ ติด แล้วเขาอยู่ไหน ?? ฮัลโหล ๆๆๆๆๆ

เธออยู่ไหน ?อย่ามา เล่น ตลก กับชั้นนะ!! ดิฉัน ตวาด
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ก็นอนอยู่ในรถสิ อีบ้า
รู้ทั้งรู้ว่าวันนี้กูจะกลับดึกยังเสือก ล๊อค ประตูอีก ยุงก็กัด.

วิธีจัดการกับความเครียดมากมาย ซึ่งง่ายๆที่
http://ta-lok.blogspot.com

แสดงความคิดเห็น